6 วิธีเตรียมความพร้อมสำหรับการอ่านเขียนของเด็ก

6 วิธีเตรียมความพร้อมสำหรับการอ่านเขียนของเด็ก

เคยสงสัยไหมคะ โรงเรียน Helen Doron English สอนภาษาอังกฤษแบบ ไม่ได้เน้น เร่งสอนให้เด็กเรียนเขียน เรียนอ่าน แต่เรามีกิจกรรมมากมายให้เด็กๆ ของเราทำ ไม่ว่าจะเป็นร้อยลูกปัด เล่นจิ๊กซอว์ ฟังนิทาน หรือ ร้องเล่นเต้นรำ ฯลฯ แต่เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม เมื่อเราเริ่มคอร์สการสอนเขียนและอ่าน เด็กนักเรียนของเรา ก็สามารถอ่านและเขียน ได้อย่างดี

วันนี้ จะมาเล่าให้ฟังกันค่ะ ว่ากิจกรรมเล่นๆ ที่คุณพ่อคุณแม่ นึกว่าเด็กๆ กำลังเล่นๆ อยู่นั้น แท้จริงแล้ว เป็นการเตรียมความพร้อมสำหรับการอ่านเขียนของเด็กอย่างไรบ้าง

1. กิจกรรมให้เด็กร้อยลูกปัด หรือ ร้อยกระดุมเป็นแพทเทิร์น
กิจกรรมนี้ ช่วยฝึกสมาธิของเด็ก ฝึกความพยายาม นอกจากนี้ การที่เด็กเรียงร้อยลูกปัดเป็นแพทเทิร์น ช่วยสร้างความเข้าใจเรื่องลำดับในการเรียงตัวอักษร ซึ่งเมื่อถึงวัยหัดอ่าน เขียน เด็กจะค้นพบว่า คำแต่ละคำมีแพทเพิร์น หรือ เข้าใจการเรียงตำแหน่งของแต่ละตัวอักษร

2. กิจกรรมฟังนิทาน และ คุยกับคุณครูเกี่ยวกับเรื่องราว ตัวละคร และ คุยว่าเด็กชอบหรือไม่ชอบอะไร ในนิทานเรื่องนี้
เด็กๆ ได้สนุกสนานกับการฟังคุณครูอ่านนืทาน พวกเขาจะเรียนรู้ว่า ในหนังสือมีเรื่องราวของผู้คน สถานที่ เหตุการณ์หรือ สถานการณ์ที่เขาคุ้นเคย การฟัง และ การพูดคุย ช่วยเพิ่มพูนคำศัพท์ เด็กๆ จะเริ่มเข้าใจว่า ตัวอักษรที่อยู่ในหนังสือนั้นสื่อความหมายของเรื่องราวต่างๆ
โดยเราอ่านตัวหนังสือเหล่านี้จากซ้ายไปขวา จากบนลงมาล่าง และ จากหน้าปกไปยังด้านหลัง

3. เล่นเกมส์ต่างๆ เช่น เกมส์ความจำ (Memory Game) หรือ บิงโก (Bingo)
การเล่นเกมส์ เห็นภาพที่เหมือนๆ กัน ช่วยเสริมสร้างทักษะด้านความจำ และในที่สุดจะทำให้เด็กเข้าใจว่า ในการเขียนคำแต่ละคำ การเรียงลำดับของตัวอักษรเหมือนๆ กัน นั่นก็คือคำศัพท์ตัวเดียวกัน

4. การร้องเพลง และ ทำท่าเคลื่อนไหวประกอบบทเพลง เช่น Hands Up, Hands Down, Hands all around, etc.
เด็กๆ เข้าใจความหมายของ Up/Down Left/Right Front/Back เด็กๆ เรียนรู้ เข้าใจคำศัพท์ โดยไม่ต้องแปลเป็นไทย
การเข้าใจคอนเซ็ปต์เหล่านี้ ทำให้เด็กมีคลังคำศัพท์ภาษาอังกฤษที่หลากหลาย และเมื่อถึงเวลาที่เด็กต้องเรียนเขียนอ่าน เด็กจะเข้าใจความหมายของคำแต่ละคำอยู่แล้ว ไม่ต้องท่องจำความหมาย

5. การท่องบทคล้องจอง (Rhymes) ที่คุณครูของเราสอน หรือ ที่เด็กๆ ได้ฟังจากซีดีของเรา อย่างสม่ำเสมอ
เด็กๆ ได้เรียนรู้ว่าคำต่างๆ ประกอบด้วยพยางค์ ซึ่งเป็นหน่วยย่อยของคำแต่ละคำ การรับรู้จุดนี้ ช่วยให้เด็กเรียนรู้เรื่องการอ่านและการเขียนต่อไปในอนาคต

6. การให้เด็กได้เล่าเรื่องราวของนิทาน และได้แสดงบทบาทสมมติในคลาสเรียน เช่น เรื่อง Three Billy Goat Gruff, Little Red Riding Hood, etc. ในชั้นเรียน MEFAC และ Play On ของเรา เด็กๆ ได้เสริมสร้างความมั่นใจ ว่าพวกเขามีความสามารถในการเล่าเรือง เด็กๆ ได้ฝึกซ้อมการพูดเป็นประโยค เพื่อเล่าเรื่องให้เพื่อนๆ ฟังได้ ตั้งแต่ ต้นเรื่อง จนจบเรื่อง

ในชั้นเรียนของเรา นอกจากเด็กๆ จะได้ฝึกฝนทักษะทางภาษาแล้ว เด็กๆ ยังได้ฝึกทักษะทางร่างกาย เพราะเด็กๆ จะมีโอกาสเคลื่อนไหวไปมา ไม่ใช่นั่งนิ่งๆ ตลอด 1 ชั่งโมง ซึ่งเป็นการฝืนธรรมชาติของเด็กๆ

นอกจากนี้ การปฏิสัมพันธ์กับเพื่อนๆ ในห้องเรียนกลุ่มเล็กๆ ยังช่วยฝึกทักษะในการเข้าสังคม และ ทักษะทางอารมณ์ของเด็กๆ อีกด้วย และคุณครูทุกคน จะได้รับการฝึกอบรมให้ มีจิตวิทยา ที่จะทำให้คลาสเรียนสนุกสนาน และ ใช้หลักการกระตุ้นเชิงบวก เพื่อสร้างแรงจูงใจในการเรียนรู้ให้กับเด็กๆ

อย่างไรก็ตาม เรารู้ดีว่าเด็กแต่ละคนมีความพร้อมสำหรับการอ่านเขียน และความถนัดในการเรียนรู้ ที่แตกต่างกัน ดังนั้น เราจึงให้ความสำคัญกับการสื่อสารเป็นลำดับแรก นั่นคือ ให้เด็กนักเรียนของเรา ได้ฟังและพูดภาษาอังกฤษได้อย่างดีก่อน แล้วจึงใช้ทักษะนี้ ต่อยอดต่อไปในการเรียนคอร์สสำหรับเขียนและอ่าน ซึ่งเป็นแนวทางการเรียนรู้ภาษาแม่ของเด็กทุกชาติ ทุกภาษาในโลกนี้

ข้อสำคัญอีกข้อ ก็คือ การเรียนภาษาที่สอง โดยเฉพาะในประเทศที่ไม่ได้ใช้ภาษาที่สองอย่างแพร่หลาย อย่างประเทศไทยเรานั้น ต้องใช้เวลา และเด็กต้องได้ฝึกฟังอย่างสม่ำเสมอ

คอร์สของเราจึงเป็นคอร์สระยะยาว ซึ่งมีสื่อการเรียน ที่มีแบบแผน มีหลักการ และเป็นระบบที่ผ่านการวิจัยและพัฒนาแล้ว ว่าเป็นไปตามขั้นตอนในการเรียนรู้ภาษาที่สองของเด็กๆ เราจึงไม่ได้เน้นการขายคอร์สภาษา แบบระยะสั้น จ่ายเป็นบุฟเฟ่ต์ ราคาถูก แต่ในที่สุด อาจจะไม่ได้ผลในระยะยาว

Leave a Reply

Your email address will not be published.