เทคนิคการสื่อสารให้คนเข้าใจง่ายที่สุดที่ถูกมองข้ามมากที่สุด

ผมใช้ชีวิตที่ญี่ปุ่นมานาน โดยเฉพาะช่วงที่ผมทำงานในบริษัทญี่ปุ่น
และใช้ชีวิตในสังคมญี่ปุ่นที่โตเกียว
ผมถูกซึมซับแนวความคิดและการปฏิบัติในการถ่ายทอด สิ่งที่ตัวเองอยากจะบอก อยากจะถ่ายทอดตามสไตล์ญี่ปุ่น โดยที่ผมไม่รู้สึกตัว จนตัวผมเองคิดว่าเป็นเรื่องปกติ
แต่หลังจากที่ผมถูกส่งตัวมาประจำที่บริษัทลูกที่เมืองไทย

ในฐานะพนักงานของบริษัทแม่จากญี่ปุ่น ผมได้มีโอกาสทำงานกับคนไทย สัมผัสกับรูปแบบของการสื่อสารตามสไตล์คนไทย รู้สึกได้จริงๆว่าการสื่อสารของคนไทยมีปัญหาไม่ใช่ว่าคนไทยไม่เก่ง แต่เนื่องจากคนไทยไม่ได้รับการฝึกฝนให้คิดเป็นโลจิก(Logical Thinking)
ที่สำคัญคือ “คิดและยึดแต่มุมมองของตัวเองเป็นหลัก ไม่สนใจคนอื่น”
.
คำพูดของผมที่ว่า “คิดและยึดแต่มุมมองของตัวเองเป็นหลัก ไม่สนใจคนอื่น” หมายความว่าอย่างไร?
การที่เราจะสื่อสารอะไรให้ฝ่ายตรงข้ามได้เข้าใจในสิ่งที่เราอยากจะบอกนั้น ไม่ได้ขึ้นอยู่กับการพูดเยอะๆยาวๆ สิ่งที่เราต้องพยายามทำคือคิดหาวิธีว่าจะทำอย่างไร
ให้คนที่เราต้องการจะสื่อสารด้วยนั้นได้เข้าใจ และสามารถรับข้อมูลที่เราต้องการจะสื่อสารมากที่สุด “ด้วยวิธีที่ง่ายที่สุด”
.
ก่อนอื่น อยากจะให้ทุกคนได้ลองนึกภาพก่อนว่า ทำไมการสอนเด็กที่ยังเล็กอยู่ เช่นเด็กอนุบาลหรือเด็กประถมตอนต้น ปกติเน้นใช้ภาพประกอบในหนังสือเรียนต่างๆ มากกว่าตัวหนังสือ (ยกเว้นหนังสือไทย เขียนตัวหนังสือเยอะแยะมากมาย คงไม่ได้คิดถึงตัวเด็ก) แน่นอนว่าสำหรับเด็กที่ยังเล็กอยู่ ความสามารถที่จะรับรู้และเข้าใจอะไรนั้น อาจจะยังมีไม่มากเท่าไหร่ เนื่องจากสมองกำลังอยู่ในช่วงที่เติบโตและพัฒนาอยู่ ดังนั้นการที่จะสื่อสารสอนเด็กๆจะยึดการใช้รูปภาพเป็นหลัก
.
หลักการง่ายๆนี้ สามารถและควรนำไปประยุกต์ใช้กับการสื่อสารของผู้ใหญ่ด้วย แม้ว่าพวกเราจะเป็นผู้ใหญ่กันแล้ว แต่ว่าแต่ละคนก็มีพื้นเพ พื้นความรู้ที่แตกต่างกัน
ความสามารถในการเข้าใจอะไรต่างๆก็ไม่เท่ากัน ดังนั้นการใช้รูปภาพเข้ามาช่วยในการสื่อสาร โดยเฉพาะเนื้อหาที่ซับซ้อนนั้น รูปภาพช่วยได้มากเลยทีเดียว ไม่เชื่อลองไปทำดูกันนะครับ
.
ในชีวิตการทำงานของผมก็เหมือนกัน เวลาฟังคนคุยกัน มักจะได้ยินคำบ่นเสมอว่า”พูดไปแล้วไม่รู้กี่รอบ ทางนั้นไม่เห็นจะเข้าใจและทำตามเลย”
ผมมักจะคาดการณ์ในใจว่า “ปัญหาอาจจะอยู่ที่คนพูดหรือเปล่าที่พูดให้ฝ่ายตรงข้ามไม่เข้าใจ”
ตามที่ผมบอกว่าความจริงแล้ว ปัญหาคือ คนไทยเอาแต่พูด ไม่พยายามเข้าใจฝ่ายตรงข้ามนั่นเอง
.
ผมจะลองยกตัวอย่างให้ฟัง เนื่องจากผมไปใช้ชีวิตที่ญี่ปุ่นมานานมาก เรื่องราวเกี่ยวกับเมืองไทยผมไม่ค่อยจะรู้เท่าไหร่ โดยเฉพาะช่วงแรกๆที่ผมเพิ่งกลับมาเมืองไทย
เวลาดูข่าว คนอ่านข่าวมักจะอ่านข่าวไปเรื่อยๆ บางครั้งตัวผมเองไม่สามารถเข้าใจได้ เช่นเวลาที่อธิบายว่า เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นที่ ตำบลXXX อำเภอYYY จังหวัดZZZ
แล้วตำบลที่พูดนี้อยู่ตรงไหนของประเทศไทยเอ่ย?

เกิดมาผมไม่เคยได้ยินชื่อนี้มาก่อน เพราะชื่อของบางจังหวัดเกิดขึ้นมาใหม่ ในระหว่างที่ผมใช้ชีวิตในญี่ปุ่น แต่ถ้าทางรายการข่าวหรือรายการโทรทัศน์อื่นๆมีความปรานีต
ให้ความสนใจคนที่มีความรู้ขั้นพื้นฐานน้อยแบบผมบ้าง ลองพยายามทำฟลิบชาร์ทขึ้นมาประกอบว่า ตำบลXXXนี้อยู่ตรงไหนของประเทศไทย โดยแสดงบนแผนที่ประเทศไทย เพียงเท่านี้ ผมก็สามารถเข้าใจได้เลย
.
ผมมักจะปวดหัวมากกับการให้ข้อมูลของสื่อต่างๆ เพราะว่าเอาแต่เขียนเป็นคำพูดยาวๆ แทนที่จะสรุปเป็นรูปภาพสักแผ่นหรือสองแผ่นให้เข้าใจได้ง่ายๆ  ผมชอบการนำเสนอของข่าวหรือสารคดีของญี่ปุ่นมาก ก่อนที่เขาจะทำการนำเสนอเรื่องอะไรของเขานั้น เขาจะเตรียมตัว พยายามสรุปสิ่งที่ตัวเองต้องการจะสื่อสาร ออกมากเป็นรูปภาพโดยทำฟลิปประกอบด้วยเสมอ ลองดูภาพประกอบดู ถ้าคุณเห็นฟลิปแบบนี้ ตอนที่ฟังคำอธิบายต่างๆช่วงที่ดูข่าว คุณคิดว่าจะช่วยทำให้คุณเข้าใจเรื่องต่างๆได้ง่ายขึ้นหรือไม่ครับ
.
จริงอยู่ที่การจะสรุปเรื่องราว เนื้อหาต่างๆออกมาเป็นรูปภาพได้นั้น คุณต้องเข้าใจในเนื้อหา สามารถเรียบเรียงลำดับได้ถูกต้อง ต้องเสียเวลาบ้างในการคิดสรุปและทำออกมาเป็นรูปภาพ แต่ผลที่ได้นั้นเกินคุ้มจริงๆ โดยเฉพาะถ้าคุณต้องการที่จะสื่อสารกับคนจำนวนมาก ได้เข้าใจในเวลาเดียวกัน และยิ่งในเวลาที่จำกัดด้วย
.
ดังนั้นผมอยากจะฝากให้ทุกคนลองเอาแนวความคิดของผมไปพิจารณาใช้ดู ลองปรับเปลี่ยนลักษณะการนำเสนอดูนะครับ รับรองคุณจะสุดยอดมากกว่าตอนนี้อีก
“การอธิบายด้วยรูปภาพอันเดียว >(ดีกว่า) คำอธิบายยาวหลายหน้า”

บทความดีๆ จาก Mister JAPAN
https://www.facebook.com/misterjapan